มุมอีสานสนเทศ
ค้นหา:     ค้นหาขั้นสูง
เลือกดูตามหมวดหมู่:
English Version
ติดต่อผู้ดูแล

บุญบั้งไฟ เนื้อหาบทความ

บุญบั้งไฟ

เพิ่มความคิดเห็น
แสดงผล: 759
ลงคะแนน: 1
เสนอแนะ: 0
วันที่สร้าง: 13 Jun, 2012
ผู้สร้าง : Nayika D.
วันที่ปรับปรุง : 22 Mar, 2014
ผู้แก้ไขปรับปรุง : Gritiga S.

บุญบั้งไฟ  หรือที่ชาวอีสานเรียกว่า บุนบั้งไฟ หรือ บุนเดือนหก   นิยมทำกันในเดือนหก ถือเป็นประเพณีสำคัญของท้องถิ่นอีสานที่จะขาดไม่ได้ เพราะเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิ และ ความเชื่อทางศาสนาของชาวอีสานมาช้านาน ตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน ชาวอีสานมีความเชื่อว่าเมื่อเข้าสู่ฤดูกาลปักดำทำนา ถ้าปีใดไม่จัดงานบุญบั้งไฟและจุดบั้งไฟขึ้นไปบูชาพญาแถนซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเทพแห่งฝนบนฟากฟ้า ฟ้าฝนก็จะไม่ตกต้องตามฤดูกาล เกิดความแห้งแล้ง ไม่มีน้ำทำนา แต่ถ้าปีใดจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ฟ้าฝนก็จะตกต้องตามฤดูกาล เพื่อให้สรรพสิ่งบนผืนโลกได้ดำเนินวีถีชีวิตไปตามครรลองที่ควรจะเป็น เกิดความอุดมสมบูรณ์ ปราศจากโรคภัย งานบุญบั้งไฟจึงถือเป็นงานประเพณีประจำปีที่สำคัญของชาวอีสานที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับการทำไร่ทำนามาช้านาน ต้องอาศัยข้าวและพืชผลทางการเกษตรในการหล่อเลี้ยง ดำรงชีวิตมาโดยตลอด  น้ำฝนจากฟ้าจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อชาวอีสาน  ดังนั้นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ คืองานประเพณีแห่และจุดบั้งไฟจึงถูกสร้างสรรค์ขึ้นมา เพื่อเป็นความหวังและกำลังใจ ของชาวอีสานมาโดยตลอด พอใกล้ถึงวันงานชาวอีสานไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็จะกลับบ้านไปร่วมงานบุญบั้งไฟ ซึ่งเป็นงานที่สร้างความรักความสามัคคีของคนท้องถิ่นเป็นอย่างดี


ตำนานบุญบั้งไฟ
          ประเพณีบุญบั้งไฟกำเนิดจากไหนนั้น ยังไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจน แต่เท่าที่ทราบมีการกล่าวถึงบั้งไฟในวรรณกรรมอีสานเรื่อง ผาแดง-นางไอ่ ซึ่งเล่าถึงเมืองธีตานครของท้าวพญาขอมเกิดแล้งหนัก  ท้าวพญาขอมจึงป่าวประกาศให้เมืองต่าง ๆ ทำบั้งไฟมาแข่งขันกัน หากของใครขึ้นสูงสุดจะเป็นผู้ชนะ ได้อภิเษกสมรสกับ “นางไอ่” ผู้เป็นพระราชธิดาของท้าวพญาขอม ผลการแข่งขันจุดบั้งไฟ ปรากฏว่าท้าวผาแดงเป็นผู้ชนะเลิศ จึงได้อภิเษกสมรสกับพระราชธิดา เมื่อท้าวพญาขอมสิ้นพระชนม์ ท้าวผาแดงได้ครองเมืองสืบต่อมาด้วยความสงบสุขร่มรื่น กล่าวถึงท้าวภาคีบุตรพญานาค เคยเป็นคู่ครองของนางไอ่ในชาติปางก่อน ท้าวภาคียังมีความอาวรณ์นางไอ่ จึงได้แปลงกายเป็นกระรอกเผือกมาให้นางไอ่เห็น เมื่อนางไอ่เห็นก้อยากได้กระรอกตัวนั้น นางได้สั่งให้บริวารช่วยกันจับกระรอกตัวนั้น แต่ด้วยความบังเอิญบริวารได้ยิงธนูถูกกระรอกเผือกถึงแก่ความตาย ก่อนตายท้าวภาคีได้อธิษฐานให้ร่างกายของตนใหญ่โต ใครจะมาเชือดร่างกายของตนเพื่อนำไปกินมากเท่าไรก็อย่าได้หมด ส่วนใครที่กินเนื้อของตนจงถึงแก่ชีวิต และขอให้แผ่นดินนั้นถล่ม ซึ่งเหตุการณ์ก็เป็นไปตามคำอธิษฐานของท้าวภาคี โดยเมืองธีตานครได้ถล่มถึงกับจมหายไปกลายเป็นหนองหาน ท้าวผาแดงและนางไอ่พยายามขี่ม้าหนีแต่ไปไม่รอด ได้เสียชีวิตในคราวนี้ด้วย แต่จากผลแห่งกรรมดีที่ท้าวผาแดงได้สร้างไว้ ทำให้ท้าวผาแดงจุติไปเป็นพญาแถน เทพเจ้าแห่งฝน   ทำให้ชาวอีสานเชื่อว่าการทำบุญบั้งไฟก็เพื่อบูชาพญาแถนซึ่งอดีตชาติก็คือท้าวผาแดงที่ชื่นชอบบั้งไฟมาก
          นอกจากนี้ในตำนานเรื่อง พญาคันคาก ได้เล่าว่า เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าถือชาติกำเนิดเป็นพญาคันคาก (คางคก) ได้อาศัยอยู่ใต้ร่มโพธิ์ใหญ่ในเมืองพันทุมวดี ด้วยเหตุใดไม่แจ้ง พญาแถนเทพเจ้าแห่งฝนโกรธเคืองโลกมนุษย์มาก จึงแกล้งไม่ให้ฝนตกนานถึง ๗ เดือน ทำให้เกิดความลำบากยากแค้นอย่างแสนสาหัสแก่มวลมนุษย์ สัตว์และพืช จนกระทั่งพากันล้มตายเป็นจำนวนมาก พวกที่แข็งแรงกว่าก็รอดชีวิตและได้พากันมารวมกลุ่มใต้ต้นโพธิ์ใหญ่กับพญาคันคาก สรรพสัตว์ทั้งหลายจึงได้หารือกันเพื่อจะหาวิธีการปราบพญาแถน ที่ประชุมได้ตกลงกันให้พญานาคียกทัพไปรบกับพญาแถน แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ จากนั้นจึงให้พญาต่อแตนยกทัพไปปราบ แต่ก็ต้องพ่ายแพ้อีกเช่นกัน ทำให้พวกสรรพสัตว์ทั้งหลายเกิดความท้อถอย หมดกำลังใจและสิ้นหวัง ได้แต่รอวันตายในที่สุด พญาคันคากจึงขออาสาที่จะไปรบกับพญาแถน จึงได้วางแผนในการรบโดยให้พวกปลวกก่อจอมปลวกขึ้นไปจนถึงเมืองพญาแถน เพื่อเป็นเส้นทางให้บรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลายซึ่งมีมอด แมลงป่อง ตะขาบ ได้เดินทางไปสู่เมืองพญาแถน สำหรับมอดได้รับหน้าที่ให้ทำการกัดเจาะด้ามอาวุธที่ทำด้วยไม้ทุกชนิด ส่วนแมลงป่องและตะขาบให้ซ่อนตัวอยู่ตามกองฟืนที่ใช้หุงต้มอาหาร และอยู่ตามเสื้อผ้าของไพร่พลพญาแถนทำหน้าที่กัดต่อย หลังจากวางแผนกันเรียบร้อย กองทัพพญาคันคากก็เดินทางเพื่อปฏิบัติหน้าที่การรบ มอดทำหน้าที่กัดเจาะด้ามอาวุธ แมลงป่องและตะขาบกัดต่อยไพร่พลของพญาแถนจนเจ็บปวดร้องระงมจนกองทัพระส่ำระสาย ในที่สุดพญาแถนจึงได้ยอมแพ้และตกลงทำสัญญาสงบศึกกับพญาคันคาก ดังนี้
               ๑. ถ้ามวลมนุษย์ต้องการให้ฝนตกเพื่อนำมาใช้เป็นน้ำดื่ม น้ำใช้และน้ำเพื่อการเกษตรเมื่อใด ให้จุดบั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อให้พญาแถนสั่งให้ฝนตกในโลกมนุษย์
               ๒. ถ้าได้ยินเสียงกบ เขียดร้อง ให้รับรู้ว่าฝนได้ตกลงมาแล้ว
               ๓. ถ้าได้ยินเสียงสนู (เสียงธนูหวายของว่าว) หรือเสียงโหวด ให้ฝนหยุดตกเพราะจะเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวข้าว
          หลังจากที่ได้ทำสัญญากันแล้ว พญาแถนจึงได้รับการปล่อยตัวไปและได้ปฏิบัติตามสัญญามาจนถึงทุกวันนี้


วัตถุประสงค์การจัดงานบุญบั้งไฟ
          ประการแรก เป็นการบูชาพระธาตุเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ และประการที่สองเป็นการขอฝน

มูลเหตุที่ทำ
          เพื่อเป็นเครื่องสักการบูชาพระยาแถน ซึ่งคนลาวและไทยอีสานเชื่อว่าเป็นเทพเจ้าแห่งฝน ถ้าได้จุดบั้งไฟขึ้นไปบูชาเทพเจ้าองค์นี้แล้วจะบันดาลให้ฝนตกลงมาตามฤดูกาลและมีปริมาณเพียงพอแก่การปลูกพืชพันธืธัญญาหาร

บั้งไฟหาง

พิธีกรรม
          เมื่อชาวบ้านได้ประชุมตกลงกำหนดนัดหมายวันจะทำบุญบั้งไฟแล้ว พวกช่างบั้งไฟก็จะตระเตรียมทำบั้งไฟหาง บั้งไฟก่องเข้า ตามจำนวนและขนาดที่ชาวบ้านมีศรัทธาร่วมกันบริจาคเงินซื้อ “ขี้เจีย” (ดินประสิว) เพื่อมาใช้ทำ “หมื่อ” (ทำจากดินประสิวคั่วผสมกับถ่านตำให้ละเอียดก่อนนำไปอัดแน่นในกระบอกไม้ไผ่) ส่วนมากจะแบ่งเป็นคุ้มบ้าน โดยให้คุ้มหนึ่ง ๆ จัดทำบั้งไฟคุ้มละบั้งหรือสองบั้งก็สุดแท้แต่จะตกลงกัน เพื่อให้เกิดความสนุกสนานและมีรสชาติยิ่งขึ้น สมัยก่อนมักจะมีการแข่งบั้งไฟระหว่างคุ้ม หรือบางคราวก็บอกกล่าวไปยังหมู่บ้านอื่นให้ทำบั้งไฟมาแข่งขันกันตามขนาดที่กำหนด อาจเป็นบั้งไฟหมื่นหรือบั้งไฟแสนก็ได้ โดยหมู่บ้านที่รับเป็นเจ้าภาพจะจัดอาหาร เหล้ายามาเลี้ยงโดยไม่คิดมูลค่า ก่อนถึงมื้อโฮมบุน ผู้เฒ่าผู้แก่จะมาประชุมกันเพื่อปรึกษาหารือและพร้อมใจกันเห็นดีเห็นงาม  ยกย่องพระภิกษุสงฆ์ผู้มีศีลและได้ศึกษาธรรมวินัยมาตลอดพรรษาที่ผ่านมาให้มีศักดิ์สูงขึ้น ซึ่งไม่ใช่การเลื่อนตำแหน่ง แต่เป็นความดีความชอบที่ชาวบ้านยกให้พระสงฆ์องค์นั้น   พอถึง “มื้อโฮมบุน” หรือวันรวม ชาวบ้านญาติโยมจะจัดทำบุญเลี้ยงพระเพล แล้วจะมี “พิธีกองฮด หรือพิธีฮดสงฆ์”  กองฮด หมายถึง การรดน้ำ (ภาษาอีสานออกเสียง รด เป็น ฮด)เริ่มพิธีกรรมโดยการที่ชาวบ้านจัดหาไตรจีวร และเครื่องอัฐบริขาร เปลี่ยนผ้าให้พระสงฆ์ คือทำเหมือนกับที่ปฏิบัติกับพระพุทธรูป (อย่างเช่น การมีพระราชประเพณีเปลี่ยนเครื่องทรงให้กับพระแก้วมรกต)  ผู้เฒ่าผู้แก่ ชาวบ้านจะเข้าแถวกัน แล้วรด (ฮด) น้ำให้ไหลไปตามรางน้ำที่ทำเป็นรูปพญานาค แล้วไหลไปรดตัวพระสงฆ์  เสร็จแล้วเอาจีวรเก่าออก แล้วเอาจีวรใหม่มาห่มแทน ถวายเครื่องอัฐบริขาร ขอรับศีลรับพรจากท่าน พระสงฆ์รูปนี้จะถือว่าเป็นพระที่ผ่านการฮดแล้ว ก็จะเลื่อนชั้นจากพระภิกษุธรรมดาเลื่อนชั้นเป็นอาจารย์ การเรียกขานพระสงฆ์ผู้นี้ภายหลังการลาสิกขาบทออกไปแล้วจะเรียกว่า "อาจารย์" เป็นคำนำหน้า แต่ชาวบ้านนิยมเรียกสั้น ๆ ว่า “จารย์”  สำหรับพระสงฆ์ที่สอบเปรียญได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ผ่านการฮด เมื่อลาสิกขาบทแล้วก็เรียกขานคำนำหน้าชื่อว่า "มหา" สำหรับพระสงฆ์ที่บวชสิบพรรษาขึ้นไป นับว่าเป็นพระสงฆ์อาวุโส เรียก "ญาคู"  แต่พระสงฆ์อาวุโสที่บวชสิบพรรษาขึ้นไปและเป็นอุปัชฌาย์ คือบวชผู้อื่นได้ด้วย (ให้กำเนิดพระสงฆ์ได้) เรียก "ญาซา"    และในวันดังกล่าวหากมีลูกผู้ชายผู้มีอายุครบบวช (อายุ ๒๐ ปีขึ้นไป)  ถ้าประสงค์จะบวชพ่อแม่ก็จะจัดให้บวชในเดือนนี้ไปพร้อม ๆ กัน จากนั้นจะนำ “กองฮด” และ “กองบวช” มาตั้งไว้กลางศาลาโรงธรรม

 

          ประมาณเวลา ๑๕.๐๐ น. ของมื้อโฮม ทางวัดจะตีกลองเป็นสัญญาณบอกให้ทุก ๆ คุ้มนำบั้งไฟมารวมกันที่วัด ซึ่งแต่ละคุ้มจะ “เอ้บั้งไฟ” (ตกแต่งบั้งไฟ) ของตนให้สวยงาม เป็นการประกวดประชันกัน

เอ้บั้งไฟ (การตกแต่งบั้งไฟให้สวยงาม)

          เมื่อทุกคุ้มนำบั้งไฟมารวมกันครบถ้วนแล้ว ก็จะมีการจัดขบวนแห่บั้งไฟ โดยทั่วไปจะจัดขบวนแห่ดังนี้ จัดเสลี่ยงหรือคานหามให้พระภิกุผู้เป็นเจ้าอาวาส (หรือบางทีอาจเป็นช่างบั้งไฟไปด้วย) นำหน้าขบวน ตามด้วยขบวนฟ้อนรำ ขบวนเซิ้ง ขบวนตลก (ส่วนใหญ่เป็นเล่นทอดแห หาปลา และหัวล้านชนกัน) แล้วตามด้วยบั้งไฟคุ้มต่าง ๆ บางหมู่บ้านจะจัดให้ขบวนตลกอยู่ท้ายขบวนแห่ เพื่อเรียกร้องความสนุกสนาน ขณะที่แห่บั้งไฟนั้นก็จะมีการเซิ้งบั้งไฟไปพร้อม ๆ กันด้วย ซึ่งในการเซิ้งนี้จะมีหัวหน้ากล่าวนำเซิ้งเป็นวรรคไป แล้วให้ผู้เข้าร่วมขบวนแห่ทุกคนกล่าวตาม พร้อมทั้งตีกลองให้เข้าจังหวะการเซิ้ง ซึ่งเป็นจังหวะกระชับสั้นและเร้าใจ เป็นจังหวะใช้เร่งเร้าให้ใจฮึกเหิม พร้อมที่จะต่อสู้กับข้าศึกศัตรู นอกจากนี้ก็จะมีการเต้น การรำให้เข้ากับจังหวะเสียงกลอง ซึ่งทุกคนจะทำพร้อม ๆ กัน ปัจจุบันในภาคอีสานยังคงมีหลายจังหวัดที่ยังอนุรักษ์และสืบสานประเพณีบุญบั้งไฟไว้ไม่เสื่อมคลาย โดยเฉพาะจังหวัดยโสธรที่สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้กำหนดให้เป็นประเพณีระดับชาติและส่งเสริมให้แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม


การเซิ้งบั้งไฟ

     ลักษณะของกาพย์เซิ้ง
           บุญเกิด พิมพ์วรเมธากุล (๒๕๔๔) กล่าวว่า กาพย์เซิ้ง เป็นคำประพันธ์ชนิดหนึ่งของไทอีสาน ที่ใช้จังหวะกระชับเร่งเร้าให้เกิดความคึกคะนองในการทำงานให้พร้อมเพรียงกัน โดยผู้เป็นหัวหน้าจะร้องนำ จากนั้นผู้ร่วมขบวนแห่ทุกคนจะร้องตามเป็นวรรค ๆ ไป และจะมีการตีกลองเข้าจังหวะ หนึ่ง-สอง-สาม (หยุดนิดหนึ่ง) แล้วต่อด้วย สี่-ห้า-หก-เจ็ด
           นอกจากนี้กาพย์เซิ้งยังเป็นกาพย์ที่ใช้ปลุกใจให้ทุกคนที่ร่วมขบวนแห่เกิดความฮึกหาญคึกคัก พร้อมที่จะต่อสู้กับอุปสรรคทั้งปวง
           กาพย์เซิ้ง บทหนึ่งมี ๒ วรรค วรรคแรกมี ๓ คำ วรรคหลังมี ๔ คำ  มีบังคับสัมผัสไว้ว่า คำสุดท้ายของวรรคหลัง สัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรคแรกในบทต่อไป ทำเช่นนี้ต่อเนื่องไปทุกบท จนกว่าจะหมดข้อความที่ต้องการเซิ้ง ดังแผนผังต่อไปนี้
                     O O O      O O O O
                     O O O      O O O O
                     O O O      O O O O
                     O O O      O O O O

     ตัวอย่างคำเซิ้งบั้งไฟสมัยใหม่   (บุญเกิด พิมพ์วรเมธากุล, ๒๕๔๔  ผู้ประพันธ์)
                โอ้เฮาโอ      ศรัทธาเฮาโอ
                เฮามาโห่      เซิ้งบุญบั้งไฟ
                บั้งไฟไผ      เอ้มาใหม่ใหม่
                บั้งไฟใหญ่  ไฟหมื่นไฟแสน
                พระยาแถน  อยู่เทิงซั้นฟ้า
               ได้ฮู้ว่า           พวกเฮาขอฝน
               จั่งบันดล       ให้ฝนห่าใหญ่
               ตกมาใส่       ฮั้วไฮ่นาสวน
               บอระบวน      ไปเหมิดทุกท่า
               เทลงมา         ฝนเทลงมา
               น้ำเต็มท่ง      เต็มห้วยเต็มหนอง
               เต็มลำคลอง   ห้วยหนองน้อยใหญ่
               ตกมาใส่         กบเขียดซื่นซม
               ซ่างลงตม       บ่ไฟบ่ขึ้น
               ให้ม่วนซื่น      สู่ขู่สู่คน
               ขอน้ำฝน       เทมีอีกใหม่
               เทมาให่        หายฮ้นหายเข็ญ
               ให้ซุ่มเย็น      บ่อึดบ่อยาก
               บ่ลำบาก       เฮาฮ้องเฮาโฮ
               โอ้เฮาโอ      ศรัทธาเฮาโอ…

     ตัวอย่างคำเซิ้งบั้งไฟโบราณ
          ๑.  คำเซิ้งบั้งไฟขอกินเหล้า (ไม่ปรากฏผู้แต่ง เซิ้งกันมาแต่โบราณเป็นมุขปาฐะ)
                โอ้เฮาโอ ศรัทธาเฮาโอ
                 ขอเหล้าเด็ด นำเจ้าจักโอ
                 ขอเหล้าโท นำเจ้าจักถ้วย
                 หวานจ้วยจ้วย ด้วยปากหลานซาย
                ตักมายาย หลายซายให้คู่
                ยายบ่คู่ ตูข้อยบ่หนี
                ตายเป็นผี สินำมาหลอก
                ออกนอกบ้าน สิหว่านดินนำ
                ตายเป็นตุ่น สิกัดเครือพลู
                ตายเป็นหนู สิกัดเครือหูก
                ตายเป็นลูก สิจ่องกินนม
                โอ้เฮาโอ ศรัทธาเฮาโอ....

     ๒. คำเซิ้งให้พรเมื่อได้กินเหล้าแล้ว (ไม่ปรากฏผู้แต่ง เซิ้งกันมาแต่โบราณเป็นมุขปาฐะ)
                โอ้เฮาโอ ศรัทธาเฮาโอ
                สาวบ้านได๋ เอ้มาใหม่ใหม่
                เอ้มาใส่ ผู้บ่าวบ้านเฮา
               เหลียวเบิ่งเอา ผู้งามแท้ดอก
               อ้ายอยากบอก ให้ฮักษาศีล
               อย่าได้ขีน คำสอนพ่อแม่
               ยามเฒ่าแก่ เข้าวัดฟังธรรม
               ให้จื่อจำ ทำบุนใส่บาตร
               อย่าได้ขาด ลุงป้าน้าอา
               ให้ลดลา ความโลภความหลง
              ให้มั่นคง ฮักษาศีลห้า
               อย่าได้ฆ่า สัตว์สิ่งแนวใด
              อย่ามือไว ลักของผู้อื่น
              อย่าซมซื่น ผิดลูกเมียเขา
              อย่าใจเบา เว้านัวตั๋วะหลาย
              อย่าใจง่าย กินเหล้าเมายา
              ภาวนา ฮักษาศีลไว้
              เจ้าสิได้ อยู่สุขซำบาย
              มีเงินหลาย บ่อึดบ่อยาก
              ความทุกข์ยาก บ่พบบ่พาน
              อยู่สำฮาน  จนฮอดมื้อเฒ่า
              บ่โศกเศร้า จนฮอดมื้อตาย
              มีสุขหลาย ศีลธรรมนำส่ง
              ให้เจ้าจง หาดีใส่โต
              โอ้เฮาโอ ศรัทธาเฮาโอ....

ขนาดการทำบั้งไฟ
          บั้งไฟ  คือ กระบอกไม้ไผ่ที่ข้างในอัดแน่นด้วยหมื่อ  บั้งไฟที่ใช้จุดในบุนเดือนหกนี้ มีสองชนิดคือ บั้งไฟหาง” และ “บั้งไฟก่องเข้า”  (บั้งไฟไม่มีหางมีรูปร่างคล้ายกล่องใส่ข้าวเหนียว)  บั้งไฟที่ใช้จุดในงานบุนเดือนหกมีหลายขนาด ซึ่งเรียกขนาดตามน้ำหนักของดินปืนดังนี้
             ก. บั้งไฟร้อย มีน้ำหนักดินปืนหรือดินดำประมาณ ๓ ก.ก.
             ข. บั้งไฟหมื่น มีน้ำหนักดินปืนหรือดินดำประมาณ ๑๒ ก.ก.
             ค. บั้งไฟแสน มีน้ำหนักดินปืนหรือดินดำประมาณ ๑๒๐ ก.ก.
             ง. บั้งไฟล้าน มีน้ำหนักดินปืนหรือดินดำประมาณ ๕๐๐ ก.ก.

การจุดบั้งไฟ

          วันรุ่งขึ้นภายหลังจากที่ได้มีการจัดขบวนแห่บั้งไฟเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นวันจุดบั้งไฟ โดยชาวบ้านจะเอาบั้งไฟของแต่ละคุ้มมาจุดแข่งขันกัน การจุดบั้งไฟมักมีการแข่งขันว่าบั้งไฟของใครหรือของคุ้มบ้านใดจะขึ้นสูงที่สุดและใช้เวลานานที่สุด โดยใช้วิธีการนับเวลาตั้งแต่บั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟ้าจนตกลงมาสู่พื้นดินใช้เวลานานเท่าไร บั้งไฟของใครจุดขึ้นสูงที่สุดและใช้เวลาอยู่บนท้องฟ้านานที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะไป

 

บั้งไฟก่อนจุด

 

บั้งไฟขณะที่จุด

          แต่ถ้าบั้งไฟของใครจุดแล้วแตกหรือซุก็ถือว่าแพ้ ผู้เป็นเจ้าของและช่างทำบั้งไฟมักจะถูกจับโยนลงตม (โคลน) เป็นการลงโทษตามประเพณีพื้นบ้าน ถือเป็นการเล่นสนุกสนานกัน ไม่ถือสากัน เช่นเดียวกับช่วงการแห่บั้งไฟที่มีการลำเซิ้งสองแง่สองง่ามและการแสดงประกอบจะออกไปในเรื่องเพศ แต่ชาวบ้านก็ไม่ถือสาหรือคิดเป้นเรื่องหยาบคายแต่ประการใด จึงเสมือนเป็นช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลายความเครียดจากพฤติกรรมตามปกติที่อยู่ภายใต้ข้อบังคับของสังคม

เจ้าของบั้งไฟและช่างทำบั้งไฟถูกโยนลงตม

 

แหล่งอ้างอิง
คลังปัญญาไทย.  (๒๕๕-).  บุญบั้งไฟ.  สืบค้นจาก http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php/%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%9F
แชร์กันดอทคอม.  (2554).  บุญบั้งไฟประเพณีขอฝน.  สืบค้นจาก  http://chairkan.com/board/index.php?topic=161.0
บุญเกิด พิมพ์วรเมธากุล, บรรณาธิการ.  (๒๕๔๔).  ฮีต คอง คะลำ.  ใน มรดกไทอีสาน ฉบับสมบูรณ์ /รวบรวมและเรียบเรียงโดย พระครูสุเทพสาร คุณ, ชอบ ดีสวนโคก, วิมล ชนะบุญ และบุญเกิด พิมพ์วรเมธากุล.  ขอนแก่น: ขอนแก่น คลังนานาธรรม.
อีสานเกตคอทคอม.  กองฮดพิธีกรรมรดน้ำพระสงฆ์.  สืบค้นจาก  http://www.isangate.com/local/kong_hod.html

เรื่องและภาพโดย นายิกา เดิดขุนทด



ลิขสิทธิ์ © 2012 สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามทำซ้ำทั้งหมดหรือบางส่วน ไม่ว่าในรูปแบบใดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลเว็บไซต์เป็นลายลักษณ์อักษร
ติดต่อผู้ดูแลเว็บไซต์ : somphot@kku.ac.th ผู้พัฒนาโปรแกรม
หมวดหมู่อื่น ๆ
document การละเล่นสะบ้าในประเพณีตรุษไทยภูผาม่าน
document หลวงพ่อพระยืนมิ่งมงคล
document ประเพณีบุญบั้งไฟ อำเภอกระนวน
document พระพุทธรูปโบราณ อำเภอซำสูง
document การศึกษาความเชื่อเกี่ยวกับการใช้ผ้าไหมมัดหมี่ของชาวอำเภอชนบทจังหวัดขอนแก่น
document ความเชื่อเรื่องผ้าไหมมัดหมี่ของชาวอีสาน
document สิม
document ศักยภาพทางเศรษฐกิจของชุมชนหมู่บ้านอีสานจากอดีตถึงปัจจุบัน
document เศรษฐกิจชุมชนหมู่บ้านอีสาน : ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจอีสานหลังสงครามโลกครั้งที่สองถึงปัจจุบัน (2488-2544)
document เศรษฐกิจชุมชนหมู่บ้านอีสานใต้ : ความอยู่รอดของชุมชนท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลง
document ข้อมูลวัด จังหวัดขอนแก่น
document บุคคลสำคัญทางศาสนา จังหวัดขอนแก่น
document ประเพณีแต่งงานชาวอีสาน (ประเพณีกินดอง)
document รายงานการวิจัยเรื่องศักยภาพของชุมชนอีสาน : กรณีศึกษาบ้านฝาง
document การผลิตบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่องศิลปวัฒนธรรมในกลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีว ิต ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตอน ศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณี
document การสำรวจสถานภาพองค์ความรู้เบื้องต้นจากงานวิจัยเกี่ยวกับวิถีชีวิตทางสังคมและวัฒนธ รรมของกลุ่มชาติพันธุ์ ในภาคอีสาน พ.ศ. 2500-2545
document คติชน : คุณค่าในการท่องเที่ยวชุมชนบ้านโคกม่วง
document ความสัมพันธ์หญิงชายภายใต้กระแสการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
document ทัศนคติของชาวชนบทอีสานต่อการทำบุญ
document ประเพณี คติความเชื่อมีอิทธิพลต่องานสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอีสาน
document ประเพณีผูกเสี่ยว
document พฤติกรรมการทำบุญของชาวพุทธในเขตอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
document รายงานการวิจัยเรื่องทัศนคติของชาวชนบทอีสานต่อการทำบุญ
document รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์เรื่องรูปแบบศิลปวัฒนธรรมประเพณีการฟ้อนแห่ต้นดอกไม้ : กรณีศึกษาบ้านอาฮี หมู่ที่ 1,6 ตำบลอาฮี อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย
document รายงานวิจัยเรื่องเศรษฐกิจชุมชนหมู่บ้านอีสานห้าทศวรรษหลังสงครามโลกครั้งที่สอง (พ.ศ. 2488-2543) : กรณีศึกษาบ้านบัว จังหวัดสกลนคร
document รายงานวิจัยเรื่องเศรษฐกิจชุมชนหมู่บ้านอีสานห้าทศวรรษหลังสงครามโลกครั้งที่สอง (พ.ศ. 2488-2543) : กรณีศึกษาบ้านโนนม่วง จังหวัดร้อยเอ็ด
document รายงานวิจัยเรื่องเศรษฐกิจชุมชนหมู่บ้านอีสานห้าทศวรรษหลังสงครามโลกครั้งที่สอง (พ.ศ. 2488-2544) : กรณีศึกษาบ้านวังสวาบ จังหวัดขอนแก่น
document วัฒนธรรมอีสานกับการพัฒนา
document วิถีครอบครัวและชุมชนชาติพันธุ์ไทยโย้ย บ้านโพนแพง ตำบลหนองสนม อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร
document รายงานการวิจัยเรื่องการศึกษาโครงสร้างชุมชนชาติพันธุ์ผู้ไทย บ้านโนนหอม ตำบลโนนหอม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร
document ความเชื่อเรื่องปู่ตาตะกวดกับวิถีชีวิตของชาวกูยบ้านตรึม ตำบลตรึม อำเภอศรีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์
document ประเพณีและเทศกาลจังหวัดขอนแก่น
document วัดป่าบ้านตาด
document หมู่บ้านวัฒนธรรมผู้ไทยโคกโก่ง
document วัดถ้ำแสงเพชร
document ประเพณีบุญพระเวส หรือบุนพะเหวด
document พระมงคลมิ่งเมือง (พระยืน)
document รายงานการวิจัยเชิงคุณภาพเรื่องเจ้าพ่อมอดินแดง : ความเชื่อของนักศึกษา บุคลากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น หมู่ 16 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
document วัดพระบาทภูพานคำ
document ศาลเจ้าพ่อมอดินแดง
document สิม (โบสถ์) 2
document สิม (โบสถ์) 1
document หลวงพ่อพระยืนมิ่งมงคล
document ตำราปลูกเฮือน ฉบับวัดบ้านดอนยม ตำบลท่าขอนยาง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม
document ตำราปลูกเฮือน ฉบับสำนักสงฆ์อิสระธรรมวิเวก บ้านกกเหลี่ยน-หนองขอน ตำบลวังแสง อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม
document คาถา ต้นฉบับวัดศรีเวียงชัย บ้านดอนเวียงจันทน์ ตำบลท่าขอนยาง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม
document ความเชื่อเกี่ยวกับต้นไม้ของชาวบ้านศึกษาเฉพาะกรณีหมู่บ้านโนนอำนวย อำเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ และหมู่บ้านทุ่งสว่าง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ
document ฒ ผู้เฒ่าต้องมอง
document การบริโภคสุนัขในจังหวัดสกลนคร
document การปรับตัวทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ไทแดง บ้านโพนทอง เมืองนาทรายทอง นะคอนหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
document การแต่งงานข้ามวัฒนธรรมหญิงไทยกับชายญี่ปุ่น
document บทบาทของวัดต่อชุมชนในชนบท จังหวัดขอนแก่น
document ความสัมพันธ์หญิงชายภายใต้กระแสการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
document เจ้าโคตร : ผู้เว้าแล้วแล้วโลด
document ปราสาทขอมหายไปไหน? เขมรทำลายหรือใครกันแน่
document ภูมิปัญญาพื้นบ้านศาลผีปู่ตา อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น.
document ลำส่องที่พึ่งสุดท้ายของผู้ป่วยในภาคอีสานจริงหรือ?
document สรภัญญ์ : ภูมิปัญญาชาวบ้านกับบทบาทในสังคมอีสาน
document รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ : คติสัญลักษณ์ของพื้นที่และการจัดการใช้พื้นที่ของวัดในชุมชนหมู่บ้านผู้ไท
document พุทธศาสนากับสิ่งแวดล้อม
document รายงานการวิจัยเรื่องวิเคราะห์ความเข้าใจในหลักพุทธธรรมของพระสงฆ์ในเขตอำเภอเมืองขอ นแก่น จังหวัดขอนแก่น
document วิเคราะห์การทำบุญของคนไทยภายใต้ระบบสังคมบริโภคนิยม
document สรภัญญ์ เพลงขับเพื่อศาสนาและจริยธรรม
document วันสงกรานต์
document คติ ความเชื่อและพิธีกรรมในการปลูกเรือน : กรณีศึกษากลุ่มชาวผู้ไทย อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์
document คติความเชื่อและระบบสังคมกับการปลูกสร้างเรือนพื้นบ้านและชุมชนผู้ไท
document คติชนวิทยาที่พบในงานของนักเขียนไทยสมัยรัตนโกสินทร์
document ภูมิปัญญาท้องถิ่นในฐานะทุนทางสังคม: กรณีศึกษาประเพณีผีมอญตำบลพุดซา อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
document รายงานการวิจัยเรื่องภูมิหลังและคติชนวิทยาที่เกี่ยวข้องกับสถานที่สำคัญของชุมชนเมื องรอบบึงแก่นนคร
document ภูมิหลังและคติชนวิทยาที่เกี่ยวข้องกับสถานที่สำคัญของชุมชนเมืองรอบบึงแก่นนคร
document ประเพณีตักบาตรเทโว
document ศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สาระนาฏศิลป์ วิชาเลือกนาฏศิลป์พื้นเมือง เรื่อง ประเพณีผูกเสี่ยวจังหวัดขอนแก่น โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้แบบย้อนกลับ(Backward Design) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนนครขอนแก่น
document ศาลเจ้าปึงเถ่ากง-ม่า ขอนแก่น
document คติความเชื่อและระบบสังคมกับการปลูกสร้างเรือนพื้นบ้านและชุมชนผู้ไท
document เจ้าพ่อมอดินแดง : ความเชื่อของนักศึกษา บุคลากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น หมู่ 16 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
document ประเพณีผูกเสี่ยว จังหวัดขอนแก่น
document งานเทศกาลไหม ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น
document งานเทศน์มหาชาติลาว
document บุญกฐิน
document ประเพณีขึ้นเฮือนใหม่
document บุญข้าวจี่หรือบุญเดือน ๓
document เบื้องลึกเบื้องหลังพระธาตุนาดูน
document ประวัติวัดศรีคุณเมือง อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย
document ฮีตสิบสอง
document วันสงกรานต์
document วันมาฆบูชา
document กระบวนการสร้างพื้นที่ทางสังคมของผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นปอบ
document ความหลากหลายทางวัฒนธรรมกับการวิจัย : การสร้างพรมแดนแห่งความรู้
document ชาวจีนในอำเภอสองแห่งของจังหวัดยโสธร : การศึกษาเปรียบเทียบเฉพาะกรณี
document บุญแจกข้าว หรือทำบุญหา (การทำบุญอุทิศส่วนกุศลถึงผู้ล่วงลับ)
document ประเพณีบุญบั้งไฟ จังหวัดยโสธร
document บุญสรงน้ำ หรือบุญเดือนห้า
document ฮีต คอง คะลำ
document คองสิบสี่
document คะลำ ขะลำ หรือ กะลำ
document บุนเข้าวัดสา (บุญเข้าพรรษา)
document หลวงพ่อพระใหญ่ วัดโพธาราม จังหวัดบึงกาฬ
document การจัดการความรู้ประเพณีบุญข้าวประดับดินของประชาชนตำบลนาหนาด อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม
document การตั้งชื่อของชาวไทดำ หมู่บ้านนาป่าหนาด ตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย
document การออกแบบลายผ้าจากมาลัยไม้ไผ่ สัญลักษณ์ประเพณีบุญข้าวประดับดิน บ้านกุดหว้า ตำบลกุดหว้า อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
document การพัฒนาศักยภาพการจัดการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชาวญัฮกุร อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ
document การพัฒนาหน่วยการเรียนรู้บูรณาการ เรื่อง วัฒนธรรม ประเพณีในท้องถิ่น โดยใช้แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนชุมชนหนองเม็ก
document การพัฒนาหน่วยการเรียนรู้บูรณาการประเพณีและวัฒนธรรมในอำเภอชนบท ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงาน รายวิชา ส16101 สังคมศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
document การศึกษาการดำเนินงานตามมาตรฐานการส่งเสริมศาสนา ศิลปวัฒนธรรมและจารีตประเพณีท้องถิ่นของเทศบาลตำบลห้วยยาง อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น
document การศึกษาวิถีชีวิตชาวบ้านผ่านภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดยางทวงวราราม บ้านยาง ตำบลยาง อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม
document ถนนชายโขงเมืองเชียงคาน: การทำวัฒนธรรมให้เป็นสินค้าเพื่อการท่องเที่ยว อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย
document องค์การบริหารส่วนตำบลแก่งเค็งกับการส่งเสริมจารีตประเพณีท้องถิ่น: กรณีศึกษาการจัดงานประเพณีนมัสการพระเจ้าใหญ่ขุมคำ ตำบลแก่งเค็ง อำเภอกุดข้าวปุ้น จังหวัดอุบลราชธานี
document การมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม: กรณีศึกษา บ้านสิงห์ท่า อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร
document การเปลี่ยนแปลงเชิงสังคมและวัฒนธรรมของครัวเรือนและชุมชนเกษตรกร ที่ปลูกยางพาราในภาคอีสาน: กรณีศึกษาเกษตรกรที่ปลูกยางพาราในอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น
document การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองท้องถิ่นที่พึงประสงค์: กรณีศึกษาวัฒนธรรมทางการเมืองกับการเลือกตั้งผู้บริหาร และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนสมบูรณ์ อำเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น
document การพัฒนาศักยภาพการจัดการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชาวญัฮกุร อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ
document การพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นของผ้าไหมแพรวา การศึกษาในบ้านโพน ตำบลโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์
document การพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย
document การศึกษาการดำเนินงานตามมาตรฐานการส่งเสริมศาสนา ศิลปวัฒนธรรมและจารีตประเพณีท้องถิ่นของเทศบาลตำบลห้วยยาง อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น
document การศึกษาวิถีชีวิตชาวบ้านผ่านภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดยางทวงวราราม บ้านยาง ตำบลยาง อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม
document ธรรมาสน์เสาเดียว: รูปแบบโครงสร้างและคติความเชื่อของชาวผู้ไท อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
document ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของหญิงไทยที่แต่งงานกับชาวต่างชาติในจังหวัด อุดรธานี
document พฤติกรรมนักท่องเที่ยวชาวไทย ในการท่องเที่ยวเชิงศาสนา พระธาตุประจำวันเกิด จังหวัดนครพนม
document ภูมิทัศน์วัฒนธรรมและการเปลี่ยนแปลงที่ยอมรับได้ต่อแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ ประเทศไทย



RSS